เจาะตื้นทุกซอกมุมของไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์ฉบับมือใหม่ 2022

บทความนี้จะมาพูดถึงเกมไพ่ชื่อดังอีกเกมที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลกอย่างไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนที่ไม่รู้จักและไม่รู้ว่าเกมนี้เป็นยังไงอยู่เยอะเช่นกัน จุดนี้เองที่จะนำมาให้รู้จักกันมากขึ้นในเรื่องต่างๆของเกมนี้สำหรับทุกๆคนที่สนใจ โดยเฉพาะมือใหม่ที่จะรับประโยชน์ไปเต็มๆหากว่าอ่านจบแล้ว

วิธีการเล่นของไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์

  1. ใน 1 ห้องจะต้องมีผู้เล่นไม่เกิน 7 คน โดยจะมีเจ้ามืออยู่ 1 คน โดยตัวเราจะรับบทเป็นผู้เล่นที่ต้องเอาชนะเจ้ามือ
  2. เมื่อได้คนครบแล้วก็จะเริ่มทำการแจกไพ่คนละ 2 ใบ โดยเจ้ามือจะได้ครบเป็นคนสุดท้ายเสมอๆ ซึ่งไพ่ของผู้เล่นทุกคนจะคว่ำไว้ทั้ง 2 ใบ แต่ของเจ้ามือจะต้องหงายให้เห็น 1 ใบ
  3. เมื่อแจกไพ่ครบแล้ว ทุกคนก็จะดูไพ่ของตัวเอง แล้วก็ตัดสินใจว่าจะเลือกแบบไหน ซึ่งมีดังนี้ ขอจั่ว ขออยู่ ขอหมอบ และขอวางเงินเดิมพันเพิ่ม โดยหากว่าเลือกจั่วจะได้จั่วจนพอใจ แต่ต้องระวังว่าหากจั่วแล้วผลรวมเกิน 21 จะแพ้ในทันที ฉะนั้นก่อนคิดจะจั่วจะต้องคำนวณให้ดีอย่างรอบคอบ
  4. เมื่อทุกคนต่างพอใจในไพ่ของตัวเองแล้ว ก็จะทำการเปิดไพ่ทั้งหมดเพื่อวัดแต้มกัน โดยแต้มให้ดูว่าฝ่ายไหนใกล้ 21 แต้มกว่ากันก็จะชนะไป

ทั้ง 4 ข้อที่กล่าวไปข้างต้นคือการเล่นขั้นพื้นฐานของเกมที่ควรรู้ โดยไม่ได้ยากเลยหรือมีตรงไหนที่ซับซ้อนเกินความสามารถอยู่เลยทีเดียว

การนับแต้มไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์


การนับแต้มไม่ได้ยากเลย คล้ายๆกับเกมไพ่ทั่วไป โดยที่ 2-10 จะเท่ากับหน้าไพ่ของตัวเอง ส่วนพวก J Q K จะเป็น 10 แต้มทั้งหมด แต่ที่พิเศษหน่อยคือไพ่ A โดยจะมีค่าคือ 1 หรือ 11 ก็ได้ตามที่เราเลือก
ตัวอย่างการรวมแต้ม

  • A+Q จะเป็น 21 แต้ม โดย A ให้เลือกเป็น 11 แต้ม ส่วน Q ก็คือ 10
  • 2+8+A จะเป็น 21 แต้มหรือว่า 11 แต้มก็ได้ตามที่เลือก 2 กับ 8 รวมกันคือ 10 ส่วน A อย่างที่บอกว่าเลือกได้ทั้ง 1 หรือ 11 แต่หากว่าไพ่ที่มีคือ 10 แต้มอยู่แล้ว ก็ให้เลือก 11 จะกลายเป็น 21 แต้มชนะแน่นอน

ศัพท์ควรรู้ของไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์


Blackjack = ใช้เรียกไพ่ที่ 2 ใบแรกรวมกันแล้วเป็น 21 แต้ม
Hit = การขอจั่วไพ่เพิ่มเติม
Stand = ขออยู่ไพ่
Surrender = การขอยอมแพ้หลังจากเห็นไพ่ 2 ใบแรก การทำแบบเดิมจะทำให้เสียเงินเดิมพันแค่ครึ่งเดียว
Double down = การขอวางเดิมพันเพิ่มจากเดิมหลังเห็นไพ่ 2 ใบแรก